ตรวจหัวใจที่ไหนดี

ตรวจหัวใจที่ไหนดี

safeheartcenter คือศูนย์โรคหัวใจครบวงจร

 

การเลือก ตรวจหัวใจที่ไหนดี

 

ศูนย์หัวใจ safeheartcenter ให้บริการดูแลด้านหัวใจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ตลอดจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ พร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

 

คณะแพทย์ของศูนย์หัวใจ safeheartcenter ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจในสาขาต่างๆ ทั้งอายุรแพทย์ด้านหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจ ที่ล้วนผ่านการอบรมจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก

 

นอกจากนี้แล้ว ศูนย์หัวใจ safeheartcenter ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ ได้แก่ พยาบาลที่ผ่านการอบรมทางด้านหัวใจโดยตรง เภสัชกร นักโภชนาการ และนักกายภาพบำบัด

การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

การรักษาโรคหัวใจและการผ่าตัดหัวใจ

ศัลยกรรมหัวใจและช่องอก

การบริการทางการแพทย์

 

การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย

การตรวจคลื่นหัวใจโดยใช้โดบูตามีนกระตุ้น (กรณีผู้ป่วยไม่สามารถออกกำลังกายได้)

การตรวจดูหลอดเลือดทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

การตรวจดูหลอดเลือดด้วยเครื่องวินิจฉัยสนามแม่เหล็ก

การบันทึกคลื่นหัวใจ 24 ชั่วโมงรวมถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติ

การตรวจหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

การทดสอบระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ

การตรวจทางหลอดอาหาร (แบบหลายมิติ)

การศึกษาคลื่นไฟฟ้าภายในหัวใจ (หัวใจเต้นผิดจังหวะ)

การวินิจฉัยโดยการสวนหัวใจ

การฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ (การสวนหัวใจ)

การฉีดสีดูหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง

การฉีดสีดูหลอดเลือดเลี้ยงแขนขา

 

การรักษาโรคหัวใจและการผ่าตัดหัวใจ

ศูนย์หัวใจ safeheartcenter ให้การดูแลผู้ป่วยทุกท่านอย่างทุ่มเทและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยทางโรงพยาบาลมีบริการตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีฉุกเฉินที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จะมีการถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจภายใน 90 นาทีตามมาตรฐานสากล

ระบบกระแสไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจรวมถึงการรักษาด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (ablation)

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจโดยใช้เครื่อง ICD (implantable cardioverter defibrillator)

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจโดยใช้เครื่อง CRT (cardiac resynchronization therapy)

กลุ่มหลอดเลือดหัวใจ

การสวนหัวใจและการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ

การถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวนและใส่ขดลวดค้ำยัน

หัวใจพิการแต่กำเนิด

การผ่าตัดปิดรูรั่วผนังหัวใจห้องบน

การผ่าตัดปิดรูรั่วผนังหัวใจห้องล่าง

การผ่าตัดปิดเส้นเลือด ductus arteriosus ซึ่งเชื่อมอยู่ระหว่าง aorta และ pulmonary artery

ระบบลิ้นหัวใจ

การผ่าตัดลิ้นหัวใจ

กลุ่มหลอดเลือด

การใส่ขดลวดค้ำยันบริเวณหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง

การใส่ขดลวดค้ำยันบริเวณหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต

การใส่ขดลวดค้ำยันบริเวณหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงแขนขา

 

ตรวจหัวใจที่ไหนดี

การตรวจสรรถภาพการทำงานของหัวใจด้วยสายพาน (Exercise Stress Test)

เป็นการตรวจและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกายโดยการเดิน-วิ่งบนสายพาน(หรือลู่) เพื่อดูการทำงานของหัวใจและดูว่ามีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่เวลาออกกำลังกาย ช่วยวินิจฉัยแยกโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก นอกจากนั้นยังใช้ตรวจสอบความ แข็งแรงของร่างกาย

 

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (E.K.G.)

เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจเบื้องต้น ช่วยบอกความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายที่เป็นมานานแล้ว อาจบอกถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ ขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตีบได้ โดยเฉพาะถ้าตรวจในขณะที่มีอาการเจ็บหน้าอก

 

เครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ (Intra Aortic Balloon Pumb)

เป็นเครื่องช่วยให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้นและหัวใจใช้พลังงานในการทำงานลดลง มีประโยชน์กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่มีภาวะช็อกจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย

 

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiosonogram)

เป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงใช้ตรวจหาความผิดปกติในส่วนต่างๆ ของหัวใจ แพทย์สามารถมองเห็นการทำงานของหัวใจจากจอภาพสีจึงให้ผลการตรวจที่ชัดเจน

 

การกระตุ้นการเต้นของหัวใจ (Pace maker)

การกระตุ้นการเต้นของหัวใจด้วยเครื่องมือชนิดพิเศษ (Pace Maker) ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษใช้ใน การช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจในผู้ป่วยที่หัวใจเต้นช้า ผิดปกติ

รักษาโรคหัวใจ

รักษาโรคหัวใจ 24 ชม.

การตรวจพื้นฐาน

การตรวจร่างกาย เพื่อดูน้ำหนัก ส่วนสูง อ้วนหรือไม่ การจับชีพจร อัตราและความสม่ำเสมอของการเต้นของหัวใจ ความดัน โลหิต ฟังเสียงหัวใจว่ามีเสียงผิดปกติไหม เช่น เสียงสาม เสียงสี่ หรือ เสียงฟู่ นอกจากนั้นแล้วแพทย์จะตรวจร่างกาย ทุกระบบด้วย เพื่อดูว่ามีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือไม่ และ ดูโรคอื่นๆที่อาจพบร่วมด้วย

 

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะบอกจังหวะการเต้นของหัวใจ บอกขนาดห้องหัวใจ(แต่ไม่ดีนัก) บอกโรคของเยื่อหุ้มหัวใจ บางชนิด หรือ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หลายคนคิดว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการ “เช็ค” หัวใจคล้ายเช็คเครื่อง แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่เช่นนั้น คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะผิดปกติก็ต่อเมื่อมีโรคหัวใจที่รุนแรง เช่น หัวใจขาดเลือดรุนแรง กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้น ผิดจังหวะ เป็นต้น ต้องเข้าใจว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ปกติ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เป็นโรคหัวใจ

 

เอกซเรย์ทรวงอก หรือเรียกง่ายๆว่าเอกซเรย์ปอด ซึ่งจะเห็นทั้งปอด หลอดเลือดแดงใหญ่ การกระจายของเลือดในปอด ภาวะน้ำท่วมปอด หรือ หัวใจล้มเหลว เงาของหัวใจซึ่งบอกขนาดหัวใจได้ดีพอควร

 

ตรวจเลือด การตรวจหาระดับสารต่างๆในเลือด ส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวใจโดยตรง แต่เป็นการดูเพื่อหาปัจจัยเสี่ยง ของโรคหัวใจ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ช่วยในการวินิจฉัยแยกโรค และ การใช้ยาต่างๆ (เพื่อลดปัญหาแทรกซ้อนจากยา)

 

การตรวจพิเศษศูนย์หัวใจครบวงจร

Echocardiogram หรือ อัลตราซาวน์หัวใจ

 

ด้วยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งจะส่งผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจโดยหัวตรวจชนิดพิเศษ เมื่อคลื่นเสียงความถี่สูง ผ่านอวัยวะต่างๆจะเกิดสัญญาณสะท้อนกลับ ซึ่งแตกต่างกันระหว่างน้ำ เนื่อเยื่อ คอมพิวเตอร์จะนำเอาสัญญาณเหล่านี้มาสร้างภาพ ดังนั้น ภาพที่เห็นก็คือหัวใจของผู้ป่วย Echocardiogram จึงช่วยให้ แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค พยากรณ์โรค ตรวจหาความรุนแรง ติดตามผลการรักษา ในโรคหัวใจและ หลอดเลือดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้จะไม่เห็นหลอดเลือดหัวใจโดยตรง และ อาจได้ภาพ ไม่ชัดเจนในผู้ป่วยที่อ้วนหรือผอมมาก หรือ มีถุงลมโป่งพอง เนื่องจากไขมันและอากาศขัดขวางคลื่นเสียงความถี่สูง

 

Exercise Stress Test การเดินสายพาน

 

หลักการ คือ ให้ผู้ป่วย(หรือผู้ที่ต้องการตรวจ)ออกกำลังกายโดยการเดินบนสายพานที่เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ (บางแห่งอาจให้ปั่นจักรยานแทน) เมื่อออกกำลังกายหัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับเลือดมาเลี้ยงมากขึ้นด้วย หากมีหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดจะไม่สามารถ เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ จะเกิดอาการแน่นหน้าอก และ มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้เห็น การทดสอบนี้ยังช่วย บอกแพทย์ด้วยว่าผู้ป่วยเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติหรือไม่ และ ใช้ในการติดตามผู้ป่วยภายหลังได้รับการรักษา ไม่ว่าจะด้วยยา หรือ การขยายหลอดเลือด หรือ การผ่าตัด

 

โดยการให้ผู้รับการทดสอบเดินบนสายพาน ต่อขั้วและสายนำไฟฟ้าบริเวณหน้าอก 10 สาย เข้ากับเครื่อง Computer ในขณะที่ เดินอยู่ เครื่อง Computer จะบันทึกและแสดงลักษณะของคลื่นนำไฟฟ้าภายในหัวใจพร้อมทั้งความดันโลหิต ตลอดเวลา ในขณะ ทดสอบจะมีการเพิ่มความเร็ว และ ความชัน ของเครื่องเป็นระยะๆตามโปรแกรมที่จะเลือกให้เหมาะสมกับสภาพของผู้ทดสอบ โดยเฉพาะเป็นรายๆไป เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ ผู้ทดสอบสามารถทราบผลการทดสอบจากแพทย์ ซึ่งจะเฝ้าสังเกตอาการอยู่ ด้วยตลอดการทดสอบได้ทันที

 

Tilt Table Test

 

เป็นการตรวจพิเศษที่ใช้ทดสอบในกลุ่มผู้ป่วย ที่มีอาการเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อหาทางแก้ไขหรือรักษาให้ถูกต้องต่อไป เนื่องจากอาการเป็นลมหมดสติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจจะมาจากปัญหาทางด้านสมอง หรือ หัวใจก็ได้

 

คำจำกัดความของ ” อาการเป็นลม , หมดสติ “ คือ การไม่รู้สติสัมปชัญญะอย่างเฉียบพลัน ( โดยทั่วไปมักน้อยกว่า 1 นาที ) อันเป็นผลมาจากสมองเกิดภาวะขาดออกซิเจน โดยไม่มีความผิดปกติทาง ระบบประสาทเฉพาะที่ เช่น โรคลมชัก เป็นต้น แม้ว่าภาวะการเป็นลม จะไม่ค่อยก่อให้เกิดอันตราย ถึงแก่ชีวิต แต่การเกิดซ้ำๆ ก็ก่อให้เกิดความกังวลใจและ อาจทำให้เกิดบาดแผลต่อร่างกาย หรือเกิดอาการผิดปกติทางสมองได้

 

การทดสอบชนิดนี้ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเป็นลมบ่อยๆ หรือเป็นลมง่าย เช่น เห็นเลือดแล้วเป็นลม เปลี่ยนท่าแล้วเป็นลม หรือ เสียใจ ดีใจมาก ก็เป็นลม การทดสอบชนิดนี้ทำได้ง่าย ไม่ต้องนอนพักต่อในโรงพยาบาล การทดสอบจะกระทำในห้องที่มีเตียงพิเศษ สามารถปรับระดับองศา ของเตียงได้ ผลการทดสอบ แพทย์จะวิเคราะห์จาก อัตราชีพจร ความดันโลหิต ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และ อาการของผู้ป่วย ขณะที่ถูกเปลี่ยนระดับเตียง จากนอนราบเป็นประมาณ 70-80 องศา เป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที บางครั้งอาจ จำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย

 

 

 

รักษาโรคหัวใจ 24 ชม.

การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24-48 ช.ม.

 

เป็นการติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง ไว้กับตัวท่าน โดยที่ท่านสามารถกลับไปพักที่บ้าน หรือทำงาน ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียเวลานอนพักค้างที่โรงพยาบาล และเมื่อครบกำหนด 24 หรือ 48 ชั่วโมงแล้ว ท่านจึงกลับมา ถอดเครื่อง และรอรับทราบผล การตรวจวิเคราะห์จากแพทย์ได้ การตรวจวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะมีปัญหาใจสั่นผิดปกติเป็นครั้งคราว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม อยู่เสมอ เวียนศีรษะ ใจเต้นแรงผิดปกติเป็นประจำ แต่บางครั้งขณะ มาพบแพทย์อาการดังกล่าวก็ไม่ปรากฎ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ณ เวลาที่ไม่มีอาการ ( ECG ) ก็ปกติ ทำให้ไม่ทราบว่าอาการใจสั่นเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่

 

ข้อห้ามบางประการขณะติดเครื่องบันทึก

 

ห้ามอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือทำให้เครื่องและบริเวณที่ติดสายและขั้วต่อเปียก

ห้ามทำเครื่องตก ( เครื่องจะใส่กระเปําและเข็มขัดไว้ให้ท่านอย่างเรียบร้อย )

ห้ามออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวของแขนมาก

การฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ

 

การตรวจสวนหัวใจหรือการฉีดสี หมายถึงการใช้สายสวนขนาดเล็ก ( โดยทั่วไป เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มม. ) ใส่เข้าไปตาม หลอดเลือดแดง อาจจะใส่จากบริเวณขาหนีบ ( ซึ่งนิยมมากที่สุด ) ข้อพับแขนหรือข้อมือ ไปจนถึง จุดที่เป็นรูเปิดของหลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงหัวใจ ( หรือที่รู้จักกันว่าหลอด เลือดโคโรนารี่ ) ทั้งซ้ายและขวา ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมักจะอยู่ก่อนถึงหัวใจเล็กน้อย จากนั้น แพทย์จะใช้สารละลายทึบรังสีเอ็กซเรย์ ( หรือ “สี” ) ฉีดเข้า ทางสายสวนนั้นไปที่หลอดเลือดโคโรนารี่ เพื่อตรวจสอบดูว่า มีการตีบแคบ หรือตันของหลอดเลือดอันสำคัญนั้นหรือไม่ ถ้ามีการตีบแคบหรือตัน การฉีดสี ก็จะสามารถให้รายละเอียดได้ชัดเจนอีกว่า เป็น ณ บริเวณใดของหลอดเลือด เป็นมากหรือน้อยประการใด ทั้งนี้นอกจากจะช่วยในการวินิจฉัย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ อย่างแม่นยำ แล้ว ยังช่วย ในการตัดสินใจของผู้ป่วยญาติ และแพทย์ อีกด้วยว่าควรจะแก้ไขหรือรักษาด้วยวิธีใด ให้เหมาะสม และเกิดประสิทธิผล แก่ผู้ป่วยอย่างสูงสุด

 

ปัจจุบันการตรวจสวนหัวใจทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น ใช้เวลาพักอยู่ในโรงพยาบาลเพียง 1 วัน และขณะทำก็ไม่มี การใช้ยาสลบ แต่อย่างใด จะใช้ยาชา เฉพาะที่เท่านั้น ขณะตรวจผู้ป่วยจะสามารถมองผ่านทางจอภาพได้ตลอดเวลา และเมื่อการตรวจเสร็จ เรียบร้อย ท่านก็จะทราบผลการตรวจได้ทันที

 

ผลแทรกซ้อนจากการตรวจ

 

มีผลแทรกซ้อนที่เกิดจากการสวนหัวใจและฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจอยู่บ้าง ผลแทรกซ้อนที่ไม่รุนแรง (พบได้น้อยกว่าร้อยละ 5) เช่น ผลต่อหลอดเลือดที่ขา(ตำแหน่งที่แทงเข็ม) เลือดออก แพ้”สี”แบบไม่รุนแรง เป็นต้น หรือ ผลแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อัมพาต แพ้”สี”รุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เสียชีวิต อย่างไรก็ตามผลแทรกซ้อนที่รุนแรงเหล่านี้พบน้อยมาก น้อยกว่าร้อยละ 1 ทำให้เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดี กับ ข้อเสียแล้ว ผู้ป่วยจำนวนมากจะได้ประโยชน์จากการสวนหัวใจและฉีดสีดูหลอดเลือด

 

การขยายหลอดเลือดหัวใจ (การทำบอลลูน)

 

ก่อนหน้านี้การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจที่ตีบแคบหรือโรคหลอดเลือดแดงโคโรนารี่ ซึ่งโดยทั่วไปพบว่ามักจะเกิดจาก การอุดตัน ของไขมันนั้น มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่ค่อนข้างได้ผล นั่นคือ การผ่าตัดหัวใจ หรือการตัดต่อทำทางเดินของ หลอดเลือดใหม่ หรือ ที่เรามักจะได้ยินว่า การทำ CABG หรือการทำ “Bypass” นั่นเอง แต่ปัจจุบันวงการแพทย์ค้นพบวิธีการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาแก้ไขภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างได้ผล และ ช่วยชะลอ หรือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีผ่าตัดอีกต่อไป วิธีนี้เรียกว่าการทำ PTCA หรือ ” การขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ด้วยสายสวนพิเศษชนิดบอลลูน ” แพทย์จะพยายามใส่สายสวนนี้เข้าไป ให้ถึงบริเวณหลอดเลือดที่ตีบแคบ (โดยมีลวดนำ ) จากนั้นจะใส่ลมเข้าไปให้ ลูกโป่งนั้นพองออก ตรงตำแหน่งของหลอดเลือดที่ตีบแคบพอดี แรงกด ของลูกโป่งจะดัน ผนังของหลอดเลือดที่ตีบแคบ ให้ขยายออก ทำให้เลือดที่มี ออกซิเจนไหลผ่าน หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้มากขึ้น อาการเจ็บจุก หรือแน่น หน้าอกก็จะหายไป

 

การรักษาด้วยวิธีนี้จะกระทำภายในห้องปฏิบัติการตรวจสวนหัวใจที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษโดยเฉพาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ความสำเร็จในการขยายหลอดเลือดมากกว่าร้อยละ 90 หลังการรักษาท่าน จะได้รับคำแนะนำให้พักในโรงพยาบาลเพียง 1 – 2 วัน เท่านั้น ก็จะสามารถกลับบ้านได้ การขยายหลอดเลือด ด้วยบอลลูนนี้มีเสี่ยง(ต่อการเสียชีวิต)บ้าง แต่อย่างไรก็ตามอัตราเสี่ยงน้อย กว่าร้อยละ 2 (น้อยกว่าการที่ไม่รักษา) ผลแทรกซ้อนที่พบบ่อย (ประมาณร้อยละ 5) คือ เลือดออก หรือ อันตรายต่อหลอดเลือดที่ขา (ตำแหน่งที่แทงเข็ม) ซึ่งสามารถแก้ไขได้

 

หากท่านได้รับคำแนะนำจากแพทย์ถึงการรักษาชนิดนี้ ท่านจะได้รับคำแนะนำการเตียมตัวล่วงหน้าจากแพทย์ของท่าน โดยละเอียด เช่น ท่านต้อง งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ เป็นต้น

 

สิ่งที่ท่านควรทราบอีกประการหนึ่ง คือ การรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ ไม่ว่าจะด้วยยา การขยายหลอดเลือด หรือ การผ่าตัด ไม่ได้ช่วยให้ท่าน “หายขาด” จากโรค เพียงแต่ช่วยลดอาการเจ็บแน่นหน้าอก ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ในบางรายช่วยลดอัตราตายในระยะยาวลง การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนนี้ มีโอกาสที่หลอดเลือดบริเวณที่ขยายไว้ จะตีบประมาณร้อยละ 30-40 ใน 6 เดือน พบว่าการขยายหลอดเลือดร่วมกับการใส่ “ขดลวด” หรือ Stent จะช่วยลด การกลับมาตีบซ้ำลงได้เหลือประมาณร้อยละ 15-20 และหากเป็น “ขดลวดเคลือบยา” การตีบซ้ำยิ่งพบน้อยลง แต่จำเป็นต้องรับประทานยาต้านเกร็ดเลือดไปนาน

 

การตรวจระบบไฟฟ้าในหัวใจ

 

หัวใจประกอบไปด้วยส่วนสำคัญหลายส่วน เช่น หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เป็นต้น แต่การที่หัวใจจะบีบตัว ได้ตามปกตินั้น จำเป็นต้องมีระบบการนำไฟฟ้าหัวใจที่ปกติด้วย การที่หัวใจเต้นผิดปกติ เร็วหรือช้ากว่าปกติ ใจสั่น เต้นผิดจังหวะ ไม่สม่ำเสมอ หรือ หยุดเต้น ล้วนแต่ เกิดจากความผิดปกติในการนำไฟฟ้าหัวใจทั้งสิ้น บางครั้งการตรวจร่างกายตามปกติ รวมทั้ง การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากพอ แพทย์โรคหัวใจจะแนะนำ ให้ตรวจวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าหัวใจโดยละเอียด

 

วิธีการตรวจ

 

แพทย์จะใส่สายสวนหัวใจขนาดเล็กเข้าไปยังตำแหน่งต่างๆภายในหัวใจ ผ่านทางหลอดเลือดดำที่ขาหนีบหรือที่ใต้ไหปลาร้า โดยอาจใช้สายสวนหลายสาย ร่วมกัน และใช้เครื่องเอกซ์เรย์ในการเลือกตำแหน่งที่ถูกต้อง ที่ปลายของแต่ละสายจะมีความ สามารถในการบันทึกไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในหัวใจ ทำให้ทราบ ว่ามีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นในหัวใจหรือไม่ และยังสามารถปล่อย กระแสไฟฟ้าจำนวนน้อยๆไปกระตุ้นให้เกิดการเต้นผิดจังหวะที่เป็นอยู่ มาปรากฏต่อแพทย์ได้ หากพบว่ามีวงจรที่ผิดปกติ หรือ มีทางลัดเกิดขึ้นในหัวใจ แพทย์อาจใช้คลื่นวิทยุจี้ ทำลายวงจรที่ผิดปกติโดยผ่านทางสายดังกล่าวได้ ซึ่งนับเป็นการตรวจ วิเคราะห์และการรักษาการเต้นผิดจังหวะที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน

 

การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติด้วยคลื่นวิทยุ

 

เป็นการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแนวใหม่โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง เข้าไปทำลายวงจรไฟฟ้าที่ผิดปกติภายในหัวใจ ซึ่งเชื่อว่า เป็นสาเหตุ ทำให้เกิดการเต้นผิดจังหวะของหัวใจได้ การรักษาโดยวิธีนี้ใชัหลักการเดียวกันกับการสวนหัวใจ และกำลังเป็นที่นิยม ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธี ที่ได้ผลสูงและปลอดภัย ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้แล้ว บางรายไม่ต้องรับประทานยารักษาอาการ หัวใจเต้นผิดจังหวะอีกเลยตลอดชีวิต

 

การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

 

หัวใจเราทำงานบีบตัวได้เพราะมีกลุ่มเซลล์ที่สร้างกระแสไฟฟ้าเป็นจังหวะ 60 – 100 ครั้งต่อนาที และกระแสไฟฟ้าจะเดินทางไป ตามเซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิดการบีบตัวเอาเลือดออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย หากเกิดความผิดปกติขึ้นที่กลุ่ม เซลล์เหล่านี้ หรือมีความผิดปกติของการส่งกระแสไฟฟ้า หัวใจ ของเราก็จะเต้นผิดปกติ คือ อาจจะเร็วขึ้นหรือช้าลงได้ โดยเฉพาะ คนที่อายุมากๆ หากมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า เพียง 30 – 40 ครั้งต่อนาที หรือมีภาวะหัวใจ เต้นๆ หยุดๆ ซึ่งถ้าหยุดนานเกินกว่า 2.5 วินาที จะมีอาการวูบๆ หน้ามืด หรือ หมดสติได้ อาการเหล่านี้ จะตรวจพบได้ จากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ จากการบันทึก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง

 

นับเป็นความก้าวหน้าในวงการแพทย์อย่างยิ่งที่ในปัจจุบันนี้ สามารถคิดค้นวิธีการและเครื่องมือสำหรับการรักษาความผิดปกติของ หัวใจชนิดต่างๆได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึง ภาวะหัวใจเต้นช้าอย่างผิดปกติด้วย หากเกิดอาการดังกล่าว แพทย์จะแนะนำให้ ท่านได้รับการใส่ เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร หรือ ” Permanent Cardiac Pacemaker ”

 

เครื่องกระตุ้นหัวใจคืออะไร

 

เป็นเครื่องมือขนาดเล็กๆ กว้างยาวประมาณ 4 – 5 เซนติเมตร หนาประมาณ 1/2 เซนติเมตร ภายในจะประกอบด้วย

 

ส่วนรับรู้การเต้นของหัวใจ

ส่วนส่งพลังงานไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจ เมื่อพบว่าหัวใจเต้นช้ากว่าความต้องการของร่างกาย

ส่วนแบตเตอรี่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักให้พลังงานได้ 5 – 10 ปี แล้วแต่ปริมาณการใช้งาน

ตรวจวินิจฉัยเพื่อรักษาโรคและความผิดปกติของหัวใจ

ศูนย์หัวใจที่ไหนดี

safeheartcenter มีคำตอบ

 

เราให้บริการตรวจวินิจฉัยอาการผิดปกติด้านหัวใจ และให้การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีความซับซ้อน ด้วยความเชี่ยวชาญในการรักษาจากทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ในการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคหัวใจที่ได้มาตรฐานสากล รวมไปถึงห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ ห้องปฏิบัติการผ่าตัดหัวใจ และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ (CCU) ที่พร้อมด้วยอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย ในทัศนียภาพที่สวยงาม ร่มรื่น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อการพักฟื้นในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษาและการใส่ใจดูแลอย่างอบอุ่นเสมือนครอบครัวเดียวกันทั้งก่อนและหลังการรักษา

 

การบริการทางการแพทย์

ศูนย์หัวใจที่ไหนดี safeheartcenter ให้บริการตรวจวินิจฉัยเพื่อรักษาโรคและความผิดปกติของหัวใจทุกชนิด อาทิ

การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ ความผิดปกติของหัวใจ

การติดตามการทำงานของคลื่นหัวใจ

การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

การตรวจหัวใจด้วยสนามแม่เหล็ก

การตรวจปฏิบัติการหัวใจ

การฟื้นฟูและส่งเสริมสมรรถภาพหัวใจ

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านผนังหน้าอก

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร

การตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยใช้โดบูตามีนกระตุ้น (กรณีผู้ป่วยไม่สามารถออกกำลังกายได้)

การตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจดูหลอดเลือดด้วยเครื่องวินิจฉัยสนามแม่เหล็ก

การบันทึกคลื่นหัวใจ 24-48 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติ

การทดสอบระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ

การตรวจฉีดสารทึบรังสีสวนหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

การฉีดสีตรวจหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง

การฉีดสีตรวจหลอดเลือดเลี้ยงแขนขา

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย

การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ สำหรับผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ

รวมถึงการรักษาด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Ablation)

เพราะฉนั้น เมื่อคุณนึกถึง ศูนย์หัวใจที่ไหนดี ให้นึกถึง safeheartcenter

 

ศูนย์โรคหัวใจ ที่ทันสมัยและมีมาตราฐาน และบริการที่ดีที่สุด

ทีมพยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ประกอบกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากลและห้องปฏิบัติการต่างๆ อาทิ การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง หออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจ ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและขยายหลอดเลือดหัวใจ ห้องผ่าตัด ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหัวใจ ตลอดจนระบบทางด่วนช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด (Chest Pain Pathway) และรถพยาบาลฉุกเฉินเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ (Mobile CCU) ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์การตรวจวินิจฉัยและช่วยชีวิตครบครัน

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

อายุรแพทย์โรคหัวใจ

ศัลยแพทย์โรคหัวใจ

วิสัญญีแพทย์โรคหัวใจ

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ความพร้อมในการบริการที่ครบวงจร โดย ให้บริการดังนี้

  1. บริการ NON INVASIVE

เป็นการตรวจสภาวะหัวใจโดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์สัมผัสภายนอกร่างกาย ซึ่งศูนย์หัวใจสามารถให้บริการด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย ดังนี้

 

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อวินิจฉัยโรคภาวะผิดปกติของหัวใจเบื้องต้น เช่น การเต้นของหัวใจผิดจังหวะภาวะหัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว ขนาดและผนังหัวใจผิดปกติ เป็นต้น

การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย ( EST) โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากอัตราชีพจร ระดับความดันโลหิต และการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่บันทึกตลอดเวลา ขณะที่ผู้ป่วยออกกำลังกาย โดยให้ผู้ป่วยเดินบนพื้นเลื่อนหรือสายพาน ซึ่งจะเพิ่มความเร็วและความชันของพื้นเลื่อนหรือสายพาน โดยผู้ป่วยจะต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้นไปตามมาตรฐานของการทดสอบ ข้อมูลที่ได้จะบอกให้ทราบถึงสมรรถภาพการทำงานของร่างกายและหลอดเลือด ความสามารถในการออกกำลังกายของแต่ละบุคคล เป็นต้น

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography, Echo)การประเมินการทำงานของหัวใจ ทำให้ทราบว่ากล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวดีหรือไม่ ทำให้ทราบพยาธิสภาพที่ลิ้นหัวใจ มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวหรือหัวใจโตหรือไม่

การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Dynamic Electrocardiography / DCG / Holter Monitor)เป็นการบันทึกสภาวะคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่หยุด เพื่อตรวจวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหาสาเหตุของอาการใจเต้นสั่น อาการวูบ

การตรวจระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ (Tilt Table Test) เป็นการตรวจหาสาเหตุความผิดปกติของอาการหน้ามืด เป็นลม วิงเวียนศีรษะ อาการวูบว่าเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจหรือไม่

  1. บริการ INVASIVE PROCEDURES

เป็นการสวนหัวใจฉีดสี หรือใช้เครื่องมือ เพื่อการตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาสภาวะหัวใจของผู้ป่วย ภายในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจที่ทันสมัย ประกอบด้วย

 

การตรวจในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและขยายหลอดเลือด แผนกห้องสวนหัวใจ (Catheterization Unit) ให้การตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือเกิดความผิดปกติของหลอดเลือด โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชื่ยวชาญ ประกอบด้วย อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด (Interventional Cardiologist) พยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิคเชี่ยนและทีมสหสาขาวิชาชีพ ให้การดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้การควบคุมคุณภาพการรักษาพยาบาลระดับสากลพร้อมให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

การตรวจสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization) และการฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจลักษณะ และสภาวะของหลอดเลือดหัวใจว่ามีการตีบตันที่ไหน มากน้อยเพียงใด รวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การบีบตัวของหัวใจ การตายของกล้ามเนื้อหัวใจ และการวัดความดันในห้องหัวใจที่ตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการต่าง ๆ ของโรคหัวใจโดยละเอียด

การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบัลลูน และการดามด้วยขดลวด (Percutaneous Transluminal Coronary Angioplasty หรือ PTCA & Stent) เป็นการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบัลลูน และ/หรือการใส่ขดลวดในผู้ป่วย ที่มีการตีบของหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery) โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก การรักษาด้วยวิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ของแพทย์พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญอย่างสูง

การผ่าตัดหัวใจ และหลอดเลือด (CARDIOTHORACIC Surgeries)

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG : CCRONARY ARTERY BYPASS GRAFTING)

การผ่าตัดหัวใจโดยไม่ใช้ปอดและหัวใจเทียม (OFF-PUMP CABG)

การผ่าตัดโดยใช้หลอดเลือดแดง (ALL ARTERIAL CONDITS) และหลีกเลี่ยงการใช้หลอดเลือดดำที่ขา

การผ่าตัดที่มีแผลขนาดเล็ก และไม่มีแผลที่ขา (SMALL INCISION)

  1. หออภิบาลผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหอพักผู้ป่วยโรคหัวใจ (CARDIAC CARE UNIT/ CCU CARDIO WARD)
  2. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ( REHABILITATION CENTER)
  3. รถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ (MOBILE CCU)