เจาะลึกวิธีรักษาสิว

สิ่งที่คนเป็นสิวอยากได้มากที่สุดก็คือวิธีรักษาสิว ครีมหรือยาที่ช่วยรักษาสิวให้ยุบเร็ว เพราะยิ่งรักษาสิวได้เร็วจะทำให้กลับมามั่นใจได้เร็วขึ้น แต่แน่นอนว่าการรักษาสิวแบบเร็วๆอาจจะมาพร้อมกับผลข้างเคียงที่อาจทำให้สิวเห่อ หน้าลอกได้ วันนี้เราจะมาดูว่าครีมรักษาสิวตัวไหนที่ให้ผลอย่างไรและมีผลข้างเคียงแบบไหนกันค่ะ เราจะไปเจาะลึกไอเท็มรักษาสิว 3 ตัวดังที่ใครหลายคนน่าจะเคยเห็นจากโซเชียล แต่ยังไม่รู้ว่ามันดีจริงไหม จะใช้ครีมรักษาสิวทั้ง 3 ตัวนี้ให้ถูกวิธีได้อย่างไร เมื่ออ่านจบแล้วจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าครีมรักษาสิวตัวไหนกันแน่ที่ช่วยรักษาสิวให้หายได้แบบไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะเกิดอาการผิวแพ้ ผิวแห้ง แดง หรือลอกและผลข้างเคียงอื่น ๆ

Eucerin Pro Acne Solution A.I. Clearing Treatment

เจลรักษาสิวตัวนี้จะแตกต่างไปจาก 2 ตัวด้านบนค่ะ เพราะมันคือเจลบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้นที่เกิดขึ้นมาเพื่อรักษาสิว สิวอุดตันโดยเฉพาะเลย ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับยารักษาสิวแล้ว Eucerin อาจราคาสูงกว่าหน่อย แต่ก็คุ้มกว่าในเรื่องความเสี่ยงเพราะมันไม่ใช่ยาแต่เป็นสกินแคร์ ทาได้ทั่วหน้าค่ะ ที่สำคัญคือเรามั่นใจได้เลยว่าใช้แล้วจะปลอดภัย ไม่มีอาการแพ้ ไม่มีอาการข้างเคียงอย่างหน้าแห้งจนลอก รอยสิว หรือสิวขึ้นมาเพิ่มค่ะ เป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาสิว

  • ทางแบรนด์เคลมว่ามี Hydroxy Acid 10% เป็นการผสมผสานของสารในกลุ่มที่เข้าละลายหัวสิว ซึ่งใส่มาเข้มข้นถึง 10% ตัวนี้โดดเด่น แตกต่างจากสกินแคร์สำหรับลดสิวตัวอื่น ๆ ที่อาจใส่สารกลุ่มนี้เพียง 1-2% เท่านั้น ทำให้ทรีตเมนต์ตัวนี้จะช่วยสลายสิวอุดตัน และหัวสิวได้ใน 7 วัน
  • ช่วยลดความมันในร่องรูขุมขน
  • มีนวัตกรรม I. หรือที่ย่อมาจาก Anti-inflammatory จึงช่วยลดการอักเสบของผิว ในขณะที่ทำการรักษา ช่วยป้องกันการแสบ แดง ลอกของผิว ใช้แล้วไม่มีอาการแสบ แดง หรือผิวลอก
  • ช่วยลดปัญหาผิวแห้งลอกจากการรักษาสิว
  • ผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าไม่ทำให้แพ้ ไม่อุดตัน ไม่ทำให้เกิดสิว และไม่มีพาราเบน

ข้อแนะนำการใช้: ทาเจลรักษาสิวให้ทั่วใบหน้าหลังล้างหน้าและซับหน้าจนแห้งแล้ว หลีกเลี่ยงรอบดวงตา มุมจมูก รอบริมฝีปาก และผิวหนังบริเวณที่อ่อนโยน เก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาค่ะ

ยารักษาสิว และผิวเป็นสิวง่าย

การดูแลปัญหาสิวด้วย ยารักษาสิว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสำหรับคนที่เป็นสิว ซึ่งเป็นการรักษาที่ง่าย แต่อาจจะไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอ หากคนที่มีปัญหาสิวเหล่านี้ ไม่เข้าใจสภาพผิวของตัวเอง และยารักษาสิวที่ใช้อย่างแท้จริง โดยคนทั่วไปจะเป็นสิวอักเสบ บวมแดง หรือเป็นหัวหนองเม็ดใหญ่ แต่โชคดีที่ในปัจจุบันมียารักษาสิวที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับแต่ละสภาพผิวซึ่งเป็นวิธีรักษาที่ดี และถ้าเริ่มการรักษาเร็ว ก็จะเป็นผลดีในการลดความรุนแรงของสิว และ ลดความเสียหายทางด้านจิตใจได้

แพทย์ผิวหนังจะพิจารณาจ่ายยารักษาสิวชนิดเดียว หรือจ่ายร่วมกันหลายชนิด อย่างเหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสิว ที่คนไข้เป็น

ตามหลักการรักษาด้วยยารักษาสิวนั้น แพทย์ผิวหนัง จะเลือกวิธีการรักษาแบบไหน จะใช้ยารักษาสิวอะไร ชนิดเดียว หรือหลายชนิดร่วมกัน ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสิวที่เป็นและอาการของคนไข้แต่ละคน เป็นสำคัญ

การจ่ายยารักษาสิวชนิดรับประทานนั้น ไม่ควรจะใช้กับคนที่ตั้งครรภ์อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์  แพทย์ผิวหนังจะเลือกใช้วิธีอื่นในการรักษาแทน

การรักษาสิว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยารักษาสิวหรือไม่ใช้ยา ก็ไม่สำคัญเท่า การใช้เวลาในการรักษา

โดยทั่วไปการรักษาจะใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ หรืออาจยาวนานถึง 3 เดือน และระหว่างการรักษา อาการของสิวอาจดูแย่ลงก่อนที่จะดีขึ้น   จึงอาจทำให้คนไข้ท้อใจ และคิดจะยกเลิกการรักษา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องรู้ไว้คือ ต้องรักษาต่อไปแม้ว่าอาการจะไม่ได้ดีขึ้นในทันทีก็ตาม

ผลข้างเคียงจากยารักษาสิว

การใช้ยารักษาสิวอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ เช่น ผิวแห้ง หรือผิวไวต่อแสง เป็นต้น อาการเหล่านี้สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง เช่น ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ แอดจังทีฟ ไฮเดรตติ้ง แคร์ ซึ่งจะช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว และไม่ทำให้ผิวแห้งลอก

นอกจากเรื่องสิวอุดตัน วิธีรักษาสิวอักเสบแล้ว อีกปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ ที่อยู่ในช่วงรักษาสิวก็คือการรักษารอยสิว แม้จะเห็นว่าสิวอุดตันลดลง แต่รอยแดง รอยดำที่ฝากไว้ก็ทำให้ช้ำใจไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ทำให้ต้องงัดทุกวิธีมาใช้เพื่อให้รอยสิวหายไปได้เร็วๆ จะได้มีหน้าใสไร้สิว… ทั้งทำตามคนอื่นบ้าง คิดเองบ้าง อแดปเองบ้าง บางคนกว่าจะเห็นผลผิวก็พังไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้พี่โอ๊ตเลยขอรวบรวมเอาวิธีที่สาวๆ มักจะเข้าใจว่าเป็นวิธีรักษาสิว และสามารถลบรอยสิวได้ ซึ่งยังไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องซะทีเดียว