12 วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

12 วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ บุคลิกภาพที่ดีเป็นภาพลักษณ์ภายนอกและจุดเริ่มต้นของความมั่นใจในการพบปะผู้คน รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคมทั้งหน้าที่การงานและประสบการณ์ต่างๆ

 

แต่ถ้าผิวหน้าของเรานั้นไม่สดใส เต็มไปด้วยสิวอักเสบ สิวหนอง และรอยแผลเป็นจากสิว ก็จะยิ่งลดทอนความมั่นใจจนอาจจะทำให้เสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปเลยทีเดียว — วิธีรักษาสิวอักเสบ

 

สิวอักเสบ

 

อุปสรรคที่เกิดจากสิวอักเสบหรือสิวหนอง

สิวอักเสบ ที่บวมแดงและมีหนองจะมีลักษณะเป็นรอยแดงช้ำ ซึ่งในผู้ชายที่เป็นสิวอักเสบจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่มีเครื่องสำอางมาปกปิดนั่นเอง สำหรับผู้หญิงที่ถึงแม้ว่าจะแต่งหน้าปกปิดได้ก็ตาม แต่การเมคอัพเพื่อกลบรอยสิวก็ยิ่งทำให้สิวเห่อและลุกลามหนักกว่าเดิม

 

2 สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ จริงๆ แล้วสิวอักเสบก็เกิดมาจากสิวทั่วไป เพียงแต่มีการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ จึงทำให้สิวธรรมดาๆ มีอาการบวมแดงและอักเสบเป็นหนอง โดยสาเหตุหลักๆ นั้นมี 2 ประการ ดังนี้

 

1 . เกิดจากมือของเรา เพราะอาการคันไม้คันมือที่ชอบบีบ แคะ แกะ เกา ทั้งสิวชนิดมีหัวหรือไม่มีหัวก็ตาม จึงทำให้หัวสิวแตกและเกิดการรั่วของคอมีโดน (Comedone) ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococci / Streptococci

 

2 . เกิดจากเชื้อประจำถิ่น เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีว่า Propionibacterium acnes หรือ Acnes นั่นเอง โดยจะกินไขมันบนผิวหน้าของเราเป็นอาหารและสามารถเจริญเติบโตได้ดี หากมีการอุดตันของไขมันที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง จากนั้นจึงสร้างเอนไซม์ที่เปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ซึ่งก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

 

5 ประเภทของสิวอักเสบ

1 . สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) คือ การอุดตันของกลุ่มขนอ่อน (Vellus hair) ที่อยู่ในรูขุมขน ซึ่งอาจจะพบแค่เพียงเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้ มักจะเกิดบริเวณจมูก คาง และหลัง

 

2 . สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นการอักเสบแค่ส่วนบนของผิวหนังเท่านั้น

 

3 . สิวชนิดหัวหนอง (Pustule) มีทั้งชนิดที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้นและที่อยู่ลึกลงมา ซึ่งถ้าเป็นหนองบนผิวหนังชั้นตื้นๆ จะสามารถรักษาให้หายได้รวดเร็วกว่าสิวชนิดตุ่มนูนแดง

 

4 . สิวอักเสบและเป็นก้อนลึก (Nodule) เป็นสิวอักเสบชนิดที่อยู่ลึกลงไปและเป็นก้อนบวม มักจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานและทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย

 

5 . สิวชนิดเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) รู้จักกันในชื่อ “สิวหัวช้าง” และก่อให้เกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่

 

3 วิธีรักษาสิวอักเสบ

หลักการรักษาสิวอักเสบก็คือ เราจะต้องเอาหัวหนองออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยดูแลรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือทายาภายนอก โดยการรักษาสิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

 

1 . สิวเป็นไต มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและแข็ง เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บแต่ว่าไม่มีหัวหนอง เวลาล้างหน้าแล้วมือไปโดนนั้นเจ็บมาก ก่อให้เกิดความรำคาญและรักษาหายช้า อีกทั้งยังเห็นเป็นรอยนูนแดงชัดเจน สำหรับวิธีการรักษาคือให้แต้มยาทาสิวหรือสมุนไพรสำหรับทาสิวเพื่อลดการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบลงไปโดยไม่มีหัวหนอง แต่จะต้องใช้เวลานานพอสมควร

 

2 . มีหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดในระยะนี้คือ ควรกระตุ้นให้หัวสิวสุกโดยเร็วที่สุด เพราะเราจะต้องเอาหนองออกมาให้หมด แต่เพื่อเป็นการป้องกันเกิดรอยแผลเป็น ควรจะต้องเอาหนองออกในช่วงเวลาที่สิวสุก ด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายของเราเกิดความร้อน

 

ซึ่งจะช่วยเร่งให้สิวสุกเป็นหนองเร็วมากขึ้น และเมื่อสิวสุกแล้วควรกดเอาหนองออกให้หมด จากนั้นใช้ครีมแต้มสิวทาบ่อยๆ ก็จะเริ่มตกสะเก็ดแล้วค่อยแต้มด้วยครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าการกดสิวจะต้องทำในช่วงที่สิวสุกเท่านั้น มิเช่นนั้นจะเกิดสิวหัวหนองซ้ำที่บริเวณเดิมๆ

 

3 . สิวสุก เราสามารถเจาะเอาหัวหนองออกให้หมดในระยะนี้ได้ ซึ่งสิวจะหายไปเองโดยไม่เกิดการติดเชื้อ หรืออาจจะทาครีมแต้มสิวและครีมลดรอย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว

 

วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ เราต้องเลิกแคะ แกะ หรือเกาบนใบหน้าด้วยมือเสียที เนื่องจากมือของเราที่สัมผัสผิวหน้ามักจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหากมีสิวอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวสิวแล้วพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้

 

2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือมีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้

 

3 . ล้างหน้าให้สะอาด เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่คั่งค้างหรืออุดตันในรูขุมขนออกให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการล้างหน้าบ่อยๆ เท่านั้น แต่ต้องล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยขับของเสียและน้ำมันที่ตกค้างบนผิวหน้าไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว

 

4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและไม่ก่อให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าประเภท Water – based หรือ Oil – free จะเหมาะกับผิวที่เป็นสิวมากกว่า เพราะผิวหน้าของเราต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า เพื่อเป็นการสร้างความยืดหยุ่นเต่งตึงให้กับผิวพรรณ และไม่ก่อให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (Non – Comedogence)

 

5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาสิวอักเสบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ โดยให้ประสิทธิภาพในการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสูตรมาส์กหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองด้วยสมุนไพรรักษาสิว

วิธีการใช้ยารักษาสิว รักษาสิวให้หายเร็ว

ใช้ยารักษาสิวสมุนไพร

1 ใช้น้ำมันทีทรี. น้ำมันทีทรีมักถูกใช้เป็นประจำในเรื่องของสิว, บาดแผล, แผลติดเชื้อ และแผลที่ผิวหนัง  สำหรับการรักษาสิว ให้ใช้น้ำมันทีทรีที่มีความเข้มข้น 5-15 เปอร์เซ็นต์ หยดลงบนก้อนสำลี 2-3 หยดและซับเบาๆ บริเวณที่เป็นสิว

ห้ามรับประทานน้ำมันทีทรี คุณยังควรไม่เปิดมันค้างโดนอากาศนานเกินไป น้ำมันทีทรีที่เกิดปฏิกิริยาอ็อกไซด์แล้วนั้นอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าน้ำมันทีทรีสด

 

2 ใช้น้ำมันโจโจบา. หยดน้ำมันโจโจบาลงบนก้อนสำลีสัก 5-6 หยดแล้วนำไปซับเหนือบริเวณสิว น้ำมันโจโจบานั้นสกัดมาจากเมล็ดของต้นโจโจบา มันมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับน้ำมันธรรมชาติ (ซีบัม) ที่ผิวคุณผลิตขึ้น แต่มันไม่ไปอุดรูขุมขนหรือทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกิน

น้ำมันโจโจบาจะทำให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ มันมักไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แต่ทางที่ดีก็ควรปรึกษาหมอผิวหนังก่อนใช้มันในกรณีที่คุณเป็นพวกผิวแพ้ง่าย

 

3 ใช้น้ำมันจูนิเปอร์. น้ำมันจูนิเปอร์เป็นสารสมานผิวที่ปราศจากเชื้อโรคตามธรรมชาติ คุณสามารถใช้มันเป็นตัวทำความสะอาดใบหน้าและตัวปรับสภาพผิวเพื่อสลายรูขุมขนอุดตันและรักษาสิว, ผิวหนังอักเสบ หรือกลากได้ ให้เหยาะน้ำมันลงบนก้อนสำลี 1-2 หยดหลังการล้างหน้า

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจูนิเปอร์มากเกินไป ไม่งั้นมันอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้สภาพแย่ลงกว่าเดิม

 

4 ทาเจลว่านหางจระเข้. การทาเจลว่านหางจระเข้ทุกวันช่วยฟื้นสภาพผิว คุณหาซื้อมันได้ตามร้านขายยาทั่วไป ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่มีความชุ่มฉ่ำพร้อมคุณสมบัติต่อต้านเชื้อโรค ซึ่งใช้ได้ผลกับการรักษาสิวและลดอาการอักเสบ มันจะป้องกันแบคทีเรียจากแผลสิวติดเชื้อและเร่งกระบวนการเยียวยารักษา

คนบางคนอาจแพ้ว่านหางจระเข้ หากเกิดรอยผื่นแดง ให้หยุดใช้และปรึกษาหมอผิวหนัง

 

5 ใช้เกลือสมุทร. มองหาโลชั่นหรือครีมเกลือสมุทรที่มีโซเดียมคลอไรด์น้อยกว่า 1% ทาทิ้งไว้ 5 นาทีวันละหกครั้ง จากการศึกษาพบว่าเกลือสมุทรอาจมีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ, ชะลอวัยและปกป้องผิวต่อรังสีอุลตราไวโอเล็ตที่เป็นอันตราย คุณสามารถใช้เกลือสมุทรเป็นมาสก์หน้าเพื่อลดความเครียดได้ด้วยมองหาเกลือสมุทรและผลิตภัณฑ์เกลือสมุทรตามร้านขายเวชสำอางทั่วไป

คนที่มีสิวระดับเบาบางถึงระดับปานกลางสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เกลือสมุทรได้อย่างไม่มีปัญหา คนที่มีผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย หรือเป็นสิวระดับปานกลางขึ้นไปถึงระดับรุนแรงควรจะต้องพบหมอผิวหนังก่อนจะเริ่มทำการใช้เกลือสมุทร เนื่องจากมันอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

 

มองหาวิธีรักษาสิวจากมืออาชีพ

1 ลองพิจารณาการใช้แสงบำบัด. เลเซอร์และการใช้แสงบำบัดเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในการรักษาสิว การใช้แสงบำบัดจะใช้แสงไฟรักษาแผลสิวอักเสบ, สิวแบบก้อนแดงและสิวก้อนซีสต์

การศึกษาแสดงว่าการใช้แสงบำบัดนั้นเป็นการรักษาที่ได้ผลในคนส่วนใหญ่ ให้ปรึกษาหมอผิวหนังเพื่อดูว่าวิธีไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด

 

2 ลองพิจารณาการใช้ฮอร์โมนบำบัด. การมีปริมาณของฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง โดยเฉพาะในผู้หญิง อาจนำไปสู่การผลิตซีบัมส่วนเกินที่นำไปสู่การเกิดสิว[32] ซีบัมยังมีกรดไขมันที่กระตุ้นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและส่งผลให้เกิดสิวก็มีการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น, การตั้งครรภ์, ภาวะขาดประจำเดือน หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางการรักษาด้วยยา

ทางที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าสิวคุณเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือไม่นั้นคือการปรึกษาหมอผิวหนัง

 

3 ปรึกษามืออาชีพ. หมอผิวหนังสามารถวินิจฉัยสภาพผิวคุณและเสนอทางเลือกที่เหมาะในการรักษาสิวให้คุณได้[33][34] ทางเลือกโดยการศัลยกรรมก็มีการจี้สิวหัวขาวและสิวหัวดำหรือศัลยกรรมโดยจี้ด้วยความเย็นจัด (cryosurgery) ซึ่งจะมีการฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในก้อนสิว ส่วนการกรอหน้าขัดผิว (Dermabrasion) ก็เป็นการศัลยกรรมที่ทำการกำจัดรอยแผลบนชั้นผิวและลดรูแผลเป็นจากสิวให้ตื้นลงโดยการกำจัดเซลล์ผิวหนังชั้นที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้อาจต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพสิวบนใบหน้าคุณ

ถ้าคุณตกอยู่ในวงจรการเกิดสิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และได้ลองวิธีการรักษามาแล้วทุกรูปแบบ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

เคล็ดลับ

หมอผิวหนังจะแนะนำให้คุณสระผมบ่อยๆ ถ้าคุณมีผมมัน น้ำมันของเส้นผมอาจไหลมาตรงหน้าผากหรือใบหน้าและทำให้สิวเห่อขึ้นมาได้

อย่าลงเครื่องสำอางในทันทีที่ล้างหน้าเสร็จ เนื่องจากมันจะอุดรูขุมขน ให้ใช้เครื่องสำอางชนิดไร้น้ำมันสำหรับผิวและผมของคุณ

อย่าใช้น้ำที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปเวลาล้างหน้า เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง ให้ใช้น้ำพออุ่นและลองไม่ใช้ผ้าเช็ดถูใบหน้า

ซิงค์อาจไปลดระดับของทองแดงในร่างกายถ้าคุณใช้มันนานเป็นเดือนๆ ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ทานอาหารเสริมที่ให้ทองแดงปริมาณอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม ไปพร้อมกับซิงค์ทุกวัน

เนื่องจากวิตามินอีและซิงค์เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างวิตามินเอ คุณจึงควรเพิ่มมันในอาหาร ปริมาณวิตามินอีที่แนะนำเมื่อทานร่วมกับวิตามินเอคือ 400-800 IU.

เวลาทาครีมรอบดวงตาให้ทาเบาๆ เพื่อผิวบริเวณนั้นบอบบาง

การทานซิงค์ครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละสามครั้งคือปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเป็นสิวรุนแรง พอสิวอยู่ในสภาพที่ควบคุมได้แล้ว การทานเพื่อรักษาสภาพครั้งละ 10 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวันนับเป็นปริมาณที่เหมาะสม

 

 

คำเตือน

คุณไม่ควรทานซิงค์ปริมาณสูงติดต่อกันหลายวันเว้นแต่แพทย์จะแนะนำ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนหาอาหารเสริมซิงค์มาทาน

ถ้าคุณไม่ได้สังเกตเห็นพัฒนาการของผิวหน้าหลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์ ให้ปรึกษาหมอผิวหนัง

อย่าใช้เกลือสมุทรเสริมไอโอดีนหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไอโอดีนเนื่องจากมันอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ว่าจะโดยการรับประทานหรือทาบนผิว ทำให้สิวเห่อหนักกว่าเดิม

วิธีรักษาสิวให้หายเร็วและด้วยวิธีธรรมชาติ

ถ้าคุณกำลังระทมทุกข์กับปัญหาสิว คุณไม่ได้โดดเดี่ยวหรอก สิวนั้นเป็นอาการทางผิวหนังที่พบเห็นได้โดยทั่วไปจากการที่ไขมันกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขน มันเกิดขึ้นได้บนใบหน้า, ตามหน้าอก, แผ่นหลัง, ไหล่ หรือบริเวณลำคอ สิวนั้นมีสาเหตุหลายประการ: กรรมพันธุ์, ฮอร์โมน และการผลิตไขมัน มีหลายวิธีรักษาสิวที่คุณจะรักษาสิวให้หายเร็วและด้วยวิธีธรรมชาติ เรียนรู้วิธีการดูแลผิวที่ดี, ปรับปรุงอาหารการกิน และลองใช้การรักษาพวกสมุนไพรดู

 

ดูแลรักษาผิวให้ดี

1 พิจารณาดูว่าคุณเป็นสิวประเภทไหน. วิธีการรักษาสิวนั้นมีความแตกต่างกันไปตามแต่สภาพใบหน้าว่ารุนแรงเพียงไหน ส่วนใหญ่แล้วก็มีระดับการเป็นสิวปานกลาง แต่สิวที่มีระดับรุนแรงแบบเป็นก้อนหนองหรือเป็นก้อนนูนแดงอาจเกิดการบวมอักเสบขึ้นมาได้ สิวแบบนี้ต้องได้รับการรักษาในทันทีสิวชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไปก็มี:

สิวหัวขาว (สิวอุดตันแบบรูปิด – closed comedones): จะเกิดขึ้นเมื่อมีฝุ่นผงหรือไขมันส่วนเกิน (sebum) ไปอุดค้างอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ก่อให้เกิดตุ่มกลมสีขาว

สิวหัวดำ (สิวอุดตันแบบรูเปิด – open comedones): จะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเปิดออก ทำให้ฝุ่นผงและไขมันส่วนเกินผุดขึ้นมาบนชั้นผิวหนัง สีดำนั้นเกิดจากปฏิกิริยาอ็อกไซด์เมื่ออากาศทำปฏิกิริยากับเมลานิน ซึ่งเป็นสารเม็ดสีในไขมันส่วนเกิน

สิวอักเสบ – Pimples (หรือ pustules): เป็นร่องรอยสิวที่ก่อตัวเมื่อฝุ่นผงหรือไขมันส่วนเกินอุดตันอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง และก่อให้เกิดอาการอักเสบ, คัน, บวมแดงมาพร้อมกับหนอง หนองนั้นเป็นของเหลวเหนียวเหนอะสีเหลืองที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาว (leukocytes) กับแบคทีเรียที่ตายแล้ว มักเป็นผลมาจากการอักเสบหรือติดเชื้อของเนื้อเยื่อในร่างกาย

สิวก้อนสีแดง (Nodules): เป็นสิวอักเสบที่เป็นก้อนแข็งขนาดใหญ่ที่เกิดลึกลงไปในชั้นผิวหนัง

สิวก้อนนูนแดงแบบซีสต์ (Cysts): เป็นสิวอักเสบชนิดที่มีหัวหนองและรู้สึกปวด ซึ่งเกิดลึกลงไปในชั้นผิวหนังและมักจะทำให้เกิดแผลเป็น

 

2 หยุดสูบบุหรี่. การสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าสิวในผู้สูบบุหรี่ ซึ่งร่างกายไม่ตอบสนองต่อการอักเสบเพื่อจะรักษาผิวให้กลับคืนได้เร็วเท่ากับสิวธรรมดาทั่วไป ผู้สูบบุหรี่ยังมักจะเป็นสิวระดับปานกลางหลังจากผ่านช่วงวัยรุ่นมากกว่าคนปกติถึงสี่เท่า โดยเฉพาะผู้หญิงอายุระหว่าง 25-50 ปี การสูบบุหรี่ยังอาจทำให้ผิวหน้าเกิดอาการคันในผู้ที่มีผิวบอบบางอีกด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่จะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ทั้งนี้เนื่องจากมันจะสร้างอนุมูลอิสระ ลดการผลิตคอลลาเจน และลดคุณภาพของโปรตีนบำรุงผิว

 

3 หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า. เศษฝุ่นสกปรกและแบคทีเรียบนมือสามารถไปอุดรูขุมขนและทำให้หน้าที่เป็นสิวยิ่งมีสภาพแย่ลงหากยังสัมผัสใบหน้าอยู่เนืองๆ ถ้าผิวรู้สึกคันระคายเคืองจากการเป็นสิว ให้ใช้แผ่นเช็ดหน้าชนิดไร้ส่วนผสมของน้ำมันเช็ดเบาๆ เพื่อขจัดคราบสกปรกและทำให้ผิวคืนสู่สภาพเดิม

อย่าบีบหรือกดหัวสิว ไม่งั้นอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ การบีบสิวอักเสบอาจจะยิ่งทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายมากขึ้นด้วย

 

4เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้ารักษาสิวที่เหมาะสม. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรบางเบาปราศจากโซเดียม ลอเรท ซัลเฟต (sodium laureth sulfate) โซเดียม ลอเรท ซัลเฟตเป็นสารซักฟอกและทำให้เกิดฟองซึ่งสามารถทำให้ผิวระคายเคือง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าหลายยี่ห้อที่ไร้สารเคมีเข้มข้น และใช้ส่วนผสมตามธรรมชาติ มีวางขายตามร้านขายยาทั่วไป

สบู่ที่สากและจำพวกสครับผิวอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้สิวแย่ลงกว่าเดิมได้

 

5 ล้างหน้าเป็นประจำ. ล้างหน้าโดยใช้ปลายนิ้ว ตอนเช้าหนึ่งครั้งและตอนกลางคืนอีกหนึ่งครั้งจำไว้ว่าให้ใช้น้ำพออุ่นล้างทั่วหน้าหลังการทำความสะอาดเสร็จ จำกัดการล้างเพียงวันละสองครั้งและหลังจากทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก

เหงื่อสามารถทำให้ผิวระคายเคือง ให้ล้างหน้าให้เร็วที่สุดหลังจากเหงื่อออก

 

6 ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ถูกประเภท. ทามอยส์เจอไรเซอร์ชนิดปราศจากน้ำมันถ้าหากคุณมีผิวแห้งหรือคัน ส่วนสารสมานผิวจะถูกแนะนำให้ใช้เฉพาะถ้าคุณมีผิวมัน และต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ควรทาสารสมานผิวเฉพาะตรงจุดที่มันมากเท่านั้น ถ้าหากคุณต้องการจะใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิว ให้ถามหมอผิวหนังว่าอย่างไหนถึงจะเหมาะกับชนิดผิวของคุณ

คนที่ไม่ได้มีสิวอักเสบ คือมีแต่สิวหัวขาวกับสิวหัวดำซึ่งไม่ก่อให้เกิดผื่นแดง สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวสูตรบางเบาที่มีจำหน่ายทั่วไปได้ คนที่มีผิวแห้งและแพ้ง่ายควรจำกัดการขัดผิวแค่สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง ส่วนคนที่ผิวมันหนาสามารถขัดผิวได้ทุกวัน